มทศ.จห.๑๘
เขียนโดย ปาณิศรา ชูผล มทศ.   
จันทร์, 20 ธันวาคม 2010

จดหมายเหตุเมืองถลางและหัวเมืองปักษ์ใต้
ต้นฉบับของศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดภูเก็ต (ศวภ.)


ประสิทธิ  ชิณการณ์ : อ่านและวิเคราะห์

 

Click at the image to view full size มทศ.จห.๑๘ ต่อด้วย มทศ.จห.๑๙
ฝากรูป


มทศ.จห.๑๘ (ใช้หมายเลขตรงกับ ฉบับ ศวภ ๑๘ - ๑๙) 


คำอ่าน ๐ หนังสือข้าพเจ้าขุนท่า กราบจำเมรินพระพรปรานีบัติ มาเถิงท่านพระยาราชกปิตัน ให้แจ้งด้วยข้าพเจ้าอยู่ภายหลังท่าน ได้ความยากอดอยากลำบากเศษสา ต้องเกาะจำ ได้ความอับอายเป็นอันมาก ได้ความลำบากก็เพราะรักท่าน และอ้ายพม่ามาตีเมืองถลางครั้งนี้ได้รบพุ่งด้วยเพื่อน เสียหายความตายเป็นอันมาก แต่ไม่ได้ความชอบ ได้แต่ความลำบากเพราะให้สัตย์แก่ท่าน ท่านพระยากรมการที่เมืองถลางเขาไม่ไว้ใจว่าเป็นคนของท่านและด้วยชีวิตข้าพเจ้าขุนท่าอยู่ใต้ฝ่าตีนของท่านแล้ว และมิตายรอดด้วยความสัตย์ตรงต่อท่าน และครั้งนี้จะเป็นประการใดมิได้รู้เลยได้แต่ความทุกข์ยาก เพราะพอได้เห็นหน้าตามสัญญาของท่านจึงทนอยู่ และถ้าท่านไม่คิดเอ็นดูแต่ข้าพเจ้าขุนท่าและความสัญญาแผ่นดินเมืองถลางชีวิตข้าพเจ้าไว้จะขอลาท่านเสียให้ตายจากเมืองถลาง อายแก่คนเมืองถลางและได้ยิน (มทศ.จห.๑๘ (ใช้หมายเลขตรงกับ ฉบับ ศวภ ๑๘) ขาดตอนเพียงเท่านี้แล้วข้อความไปต่อด้วย มทศ.จห.๑๙ (ใช้หมายเลขตรงกับ ฉบับ ศวภ ๑๙) มีคำอ่านต่อไปดังนี้) 

มทศ.จห.19 

ข่าวท่านมาอยู่ ณ เกาะปุเหล้าปีนังและข้าพเจ้าขุนท่า ได้ให้หนังสือไปแก่กัปตันอีสกัดครั้งหนึ่งแล้วกปิตันยี่ลิบของท่านไปเมืองถลาง ข้าเจ้าถามข่าวหานายกำปั่นว่าท่านดีอยู่ ข้าเจ้าถามนายกำปั่นว่าท่านให้หนังสือมาบ้างหรือว่าหาไม่แต่ข้าเจ้าคิดถึงท่านช่วยซื้อ (ขาดตอนไป ที่ถลางขอแลกได้ดีบุกเก้าภาราสิบภาราและนายกำปั่นทำเสมือนไม่รู้จัก รู้จักแต่กัปตันยี่ลิบกับลิเมา และถ้าท่านไม่เห็นดูปราณีแล้วไม่คิดแล้วจะขอตายเสียดีกว่า อยู่ได้แต่ความลำบาก เพราะรักท่านถ้าและท่านไม่คิดใช้แล้ว ขอให้บอกมาให้แจ้ง หนังสือมา ณ วัน (ข้อความขาดหายไปเพียงเท่านี้)


วิเคราะห์ ๐ ขุนท่า เป็นกรมการเมืองถลางคนหนึ่งมีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบการค้า เกี่ยวกับพ่อค้าต่างประเทศ เอกสารฉบับ ๑๘ และ ๑๙ เขียนด้วยลายมือแตกต่างกันเห็นชัดว่าเขียนคนละคนแต่ข้อความติดต่อกันเป็นอย่างดีผู้เขียนจดหมายฉบับศวภ ๑๘ ค่อนข้างจะมีความรู้ทางภาษาราชการ ดีกว่าผู้เขียนฉบับที่ ๑๙ ซึ่งน่าจะเป็นคนพื้นเมืองถลางโดยกำเนิดจะสังเกตเห็นว่า ใน มทศ.จห.๑๙ (ใช้หมายเลขตรงกับฉบับ ศวภ ๑๘)นั้น ผู้เขียนใช้ศัพท์ภาษากลางว่า "เอ็นดู" แต่ มทศ.จห.๑๙ (ใช้หมายเลขตรงกับฉบับ ศวภ ๑๙) ผู้เขียนใช้ศัพท์พื้นบ้านของภูเก็จว่า "เห็นดู" ในความหมายอย่างเดียวกัน 


 วิเคราะห์ว่าจดหมายนี้เขียนขึ้นหลังจากเสร็จศึกพม่า และมีการพิจารณาความดีความชอบแต่งตั้งผู้ว่าราชการเมืองถลางขึ้นใหม่แล้ว "ท่านพระยากรมการที่เมืองถลาง" ในจดหมายฉบับนี้คงหมายถึง "พระยาถลางคนใหม่" คือ พระยาถลางทองพูน ซึ่งได้รับแต่งตั้งขึ้นเป็นเจ้าเมืองหลังสงครามพม่า ขุนท่าเป็นกรมการเมืองถลางครั้งพระยาพิมลขัน(พญาถลางพิมลอัยาขัน)เป็นเจ้าเมือง จึงมีความสนิทสนมกับพระยาราชกปิตัน(กัปตันฟรานซิส ไลท์)อยู่มาก ประกอบกับเป็นคนของพระยาถลางพิมลขัน(พญาถลางพิมลอัยาขัน)ด้วย เมื่อสงครามสงบแทนที่จะได้รับความดีความชอบ กลับต้องถูกเกาะจำ คือถูกจับตัวไปไต่สวนเรื่องราวตื้นลึกหนาบางอะไรบางอย่างทำให้ "...ได้รับความอับอายเป็นอันมาก.."


 จดหมายฉบับนี้สะท้อนให้มองลึกลงไปในเหตุการณ์บ้านเมืองของถลางยุคหลังสงครามพม่าว่ามีกลิ่นไอของความแตกร้าว ระหว่างเครือญาติเมืองถลางสายบ้านดอน กับสายบ้านตะเคียน และรอยปริร้าวดังกล่าวนั้น มิได้จำกัดอยู่เฉพาะในแวดวงของสกุลวงศ์เท่านั้น หากยังแผ่ขยายไปสู่บรรดาขุนนางเมืองถลาง และบริวารของสายตระกูลทั้งสองนั้นด้วย


 ทั้งนี้ หาใช่เหตุการณ์ที่แปลกประหลาดแต่ประการใดไม่ หากเป็นวิสัยมนุษย์ หรือธรรมชาติเท่านั้น

 

***

มห.ภูเก็จ

สารานุกรม มทศ. 

ปาณิศรา(นก) ชูผล : บันทึก

ผช.หมายเหตุรักษ์ มทศ.

 

มห.ภูเก็จ

มทศ.จห.18 - 19

ศวภ 18 - 19

พญาราชกปิตัน = พระยาราชกปิตัน(กัปตันฟรานซิส ไลท์)

พญาพิมลขัน = พระยาพิมลอยาขัน(พระยาพิมลอัยาขัน) ผู้เป็นสามีท่านผู้หญิงจัน(ท้าวเทพกระษัตรี)

อัยา = อยา = โลหะ (นัยะ หมายถึง ดีบุก)

 

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( พฤหัสบดี, 03 มีนาคม 2011 )